Wednesday, January 6, 2010

คนแก่หกล้มกระดูกหักอายุมักไม่ยืนยาว




คนสูงอายุหรือคนแก่หกล้มกระดูกหักยังพบได้บ่อยอยู่เสมอ แม้รักษาไปแล้วมักจะมีเรื่องตามมาอีก เป็นภาระแก่ลูกหลานต้องคอยดูแลเป็นระยะยาว ตั้งแต่รีบนำส่งโรงพยาบาล การช่วยดูแลทุกด้าน จนถึงระยะต้องทำกายภาพบำบัดฝึกหัดเดินกว่าจะเข้าที่เป็นปกติได้ก็ต้องใช้เวลายาวนานอีกเช่นกัน

เรามักพบในหญิงมากกว่าชาย จากผลกระทบเรื่องมวลกระดูกลดน้อยลง มักเป็นหญิงวัยหมดประจำเดือน รูปร่างผอมบาง ผลจากฮอร์โมนน้อยลง ขาดธาตุแคลเซียมและวิตามินดี ร่างกายไม่ค่อยได้ถูกแสงแดดและออกกำลังกายน้อยไป

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ความเสื่อมของร่างกายย่อมเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่ ระบบสมองและประสาท ทำงานช้าลง ทำให้การทรงตัวไม่ดี เสียหลักง่าย หากไปเดินในพื้นที่ต่างระดับ ตา เป็นเรื่องสำคัญ มองเห็นไม่ชัด แว่นตาปรับไม่พอดี พื้นเป็นหลุมเป็นบ่อมองไม่เห็น พอเดินพื้นต่างระดับเอียงดึงกลับไม่ทัน ป้ายห้ามต่าง ๆ ข้างทางมองไม่ค่อยเห็น อะไรที่ห้ามฝ่าฝืนไปก็เกิดอันตราย หู มีความสำคัญเช่นกัน น้ำในหูไม่เท่ากัน หลายโรคของหูทำให้มึนเวียนหัว ล้วนแต่จะทำให้เดินเซล้มได้ทั้งสิ้น

กระดูกพรุน เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะลดลงไป 10% เทียบกันตอนอายุ 30 ปี ถ้าเกิดลดมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึง 20% จะทำให้กระดูกหักง่ายขึ้น กระดูกโปร่งบาง เปราะบางมากกว่าปกติ ผู้ที่เป็นจะไม่มีอาการแสดงให้เห็น คล้ายเป็นภัยเงียบที่แอบแฝงอยู่ หกล้มไม่รุนแรงทำให้กระดูกหักได้ แตกต่างจากกระดูกของวัยหนุ่มสาว จะหักต่อเมื่อได้รับอันตรายที่รุนแรง เช่น อุบัติเหตุจากการจราจร กระดูกพรุนในคนสูงวัยหากเป็นบริเวณกระดูกหลัง จะทำให้กระดูกยุบตัว เกิดอาการปวดเรื้อรังและหลังโก่งเตี้ยลงได้

ความเสี่ยงจากเรื่องกระดูกพรุน มีรายงานพบว่าหญิงสูงอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป จะพบเป็นกระดูกพรุน 1 : 7, จาก 1 ใน 20 เวลาหกล้มกระดูกหักมักหักที่กระดูกตะโพก เป็นกระดูกต้นขาส่วนบน จาก 1 ใน 6 ของผู้ที่ตะโพกหักมักจะเสียชีวิตตามมาภายใน 1 ปี และจาก 1 ใน 3 ของ กระดูกตะโพกหักนั้นจะเสียชีวิตภายในเวลา 5 ปี

ทำไมกระดูกตะโพกหักแล้วอาจเสียชีวิตเร็วขึ้น : อาการปวด เป็นอาการสำคัญของคนกระดูกหัก เมื่อปวดแล้วจะนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนร่างกายเลย เลือดจะไหลเวียนช้า เลือดและน้ำจะคั่งอยู่ในส่วนล่างแห่งเดียว ถ้าไม่พลิกร่างกายเปลี่ยนท่าบ้าง โรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวมจะตามมา การไม่ได้ออกกำลัง ทุกอย่างหยุดหมด โรคหัวใจ โรคประจำตัวต่าง ๆ จะตามมา จะทำให้เสียชีวิตได้ ดังตัวอย่างคนไข้รายหนึ่งที่ได้พบ

คุณยายอายุ 89 ปี ปกติจะเดินได้ใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ ช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่กับลูกหลาน งานเล็ก ๆ น้อย ๆ พอทำได้ จนวันหนึ่งเกิดลื่นหกล้มในห้องน้ำ นอนนิ่งไม่ขยับตัวเลยเพราะปวดมาก ญาติได้นำส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจว่ากระดูกตะโพกส่วนบน หัก ได้ถ่วงน้ำหนักดึงขาข้างที่หักไว้ เตรียมจะผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น ต่อมาเกิดย้ายโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลที่รับย้ายก็วางแผนเตรียมจะผ่าตัดโดยดามด้วยเหล็กให้เช่นกัน

ระหว่างรอผ่าตัดตอนกลางคืนคนไข้เกิดอาการเหนื่อย หายใจเร็วขึ้น ไอ ชีพจรเต้นเร็ว แพทย์ตรวจพบอาการทางหัวใจและปอดบวม แผนการผ่าตัดหยุดไว้มารักษาเรื่องหัวใจและปอดบวม อาการทรุดลงไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 8 คุณยายได้จากไปอย่างสงบ

คนไข้เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนที่ตามมา หากไม่ไปล้มในห้องน้ำ กระดูกไม่หัก คนไข้คงจะมีชีวิตอยู่ได้เป็นปกติต่อไปอีก อุบัติเหตุจากกระดูกหัก ก่อให้เกิดผลแทรกซ้อนตามมา จึงเป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวัง ลูกหลานต้องคอยช่วยกันดูแลและหาทางป้องกันไว้ด้วย

ห้องน้ำ พื้นจะต้องแห้ง ไม่ลื่น มีราวเกาะ เผลอล้มลงจะได้เกาะราวไว้ได้ ขึ้น-ลงบ้านจะต้องเดินชิดราวบันไดไว้ อย่าเดินตรงกลาง เวลาจะล้มลื่นจะได้เกาะราวบันไดได้ พื้นห้อง จะต้องไม่ลื่น ไม่ทำด้วยปูนหินขัด ทั้งในห้องน้ำ ห้องครัวและในบ้าน แสงสว่างในบ้าน ต้องพอเพียงให้ผู้สูงอายุได้เห็นถ้ามืดจะทำให้ไม่มั่นใจก้าวพลาดได้

การฝึกสมาธิ ผู้สูงอายุเองจะต้องระวังตัวเองไว้ด้วย ลูกหลานต่างต้องไปทำงานไม่ได้มาอยู่ด้วยตลอด จึงต้องฝึกช่วยตัวเองด้วย ให้มีสติอยู่กับตัวตลอด หากสติ ไม่อยู่กับตัว ตาไม่ได้มองพื้น พื้นลื้น หลุมบ่อ เอียง จะพลาดล้มลง

สรุป ผู้สูงอายุหากเกิดอุบัติเหตุล้มลงแล้ว กระดูกหักนอนรักษาตัวอยู่ ต้องระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจตามมา ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเลือดจะได้ไหลเวียนสะดวกขึ้น จะได้มีชีวิตอยู่เกิน 3-5 ปี ลบคำทำนายทายทักไว้ให้ได้.

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

©2009 Good Health | by TNB