Monday, January 18, 2010

การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์


เมื่อสตรีทั่วไปได้รับการศึกษาดีขึ้นร่วมกับการดูแลอนามัยแม่และเด็กที่ดีขึ้นจากนโยบายของรัฐ ทำให้อัตราการตายของทารกลดลง ขณะเดียวกันปัญหาทารกพิการแต่กำเนิด โรคพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางยีนส์ เช่น ทาลัสซีเมีย โรคติดเชื้อบางอย่างในระหว่างการตั้งครรภ์ ได้แก่ เอชไอวี ซิฟิลิส หัดเยอรมัน ไวรัสตับอักเสบบี ก็สามารถตรวจพบได้ทางเลือดโดยห้องปฏิบัติการชีวเคมี เพื่อหาแนวทางป้องกัน และรักษาต่อไป

การประเมินสภาวะเสี่ยงก่อนการตั้งครรภ์ จึงเป็นเรื่องสำคัญในการป้องภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งประกอบด้วยการซักประวัติอย่างละเอียดทั้งฝ่ายสามี และภรรยา การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ

ภาวะการเจ็บป่วย เช่น เบาหวาน ซึ่งถ้าสามารถตรวจพบ และทราบก่อนการตั้งครรภ์ ควรได้รับการดูแล เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น สามารถลดภาวะเสี่ยง และความพิการของทารกแต่กำเนิดลงได้

สตรีที่เป็นโรคลมชัก ที่ต้องได้รับยากันชักตลอดเวลา ถ้าเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นขณะรับยากันชักอยู่นั้น จะมีความเสี่ยงของทารกพิการแต่กำเนิดได้ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะของโรคลมชัก หรือจากยาที่ใช้ในการรักษาลมชักก็ยังไม่เป็นข้อสรุปที่แน่นอน การปล่อยให้ตั้งครรภ์ในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ทารกที่จะเกิดมามีภาวะเสี่ยงต่ออันตรายค่อนข้างสูง

สตรีที่เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ ถ้าไม่ได้รับการรักษา และเกิดการตั้งครรภ์ก็จะเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด และความดันโลหิตสูงในระหว่างการตั้งครรภ์

สตรีที่เป็นความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ควรได้รับการประเมินสภาพของไต และหัวใจก่อนการตั้งครรภ์ ตลอดจนได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องก่อนการตั้งครรภ์จะสามารถลดภาวะแทรกซ้อน และภาวะเสี่ยงในระหว่างตั้งครรภ์ได้ และสามารถเลือกใช้ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูงที่ปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์

ภาวะการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส ทริโคโมแนสวาจินาลิส และแคลมีเดียแทรคโคมาติส การติดเชื้อเอชไอวี มีผลกระทบต่อสุขภาพของมารดา และทารกในครรภ์ ควรได้รับการตรวจรักษาก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อลดภาวะความเสี่ยง

ประวัติการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น การตั้งครรภ์ไข่ปลาดุก การแท้งเป็นบ่อย การตั้งครรภ์นอกมดลูก และการคลอดก่อนกำหนด ประวัติการคลอดที่ผิดปกติ เช่น การคลอดโดยใช้เครื่องช่วย การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องก็นับว่าเป็นประโยชน์ในการให้การดูแลก่อนการตั้งครรภ์เช่นกัน

ภาวะโภชนาการและอาหารเสริมมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ส่วนการรับประทานอาหารมังสวิรัตินั้น ควรได้รับอาหารเสริมอย่างครบถ้วนเพื่อทารกในครรภ์จะได้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ แต่การกินวิตามินบางชนิดที่มากเกินไปก็อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้ การกินวิตามินเอ 25,000 –150,000 IU จะทำให้เพิ่มอุบัติการของทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ (รายงานเมื่อ ค.ศ.1979)

การประเมินภาวะเศรษฐกิจและสังคมของผู้รับบริการ ถือเป็นหลักสำคัญประการหนึ่งของมารดาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ ซึ่งความพร้อมทางเศรษฐกิจจะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาของการมีบุตรที่เหมาะสม

สภาพการทำงานตลอดจนภาวะแวดล้อมของที่ทำงานมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของการตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์อย่างมาก สารเคมีต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่นับว่ามีอันตรายต่อสุขภาพ และการตั้งครรภ์ เช่น สารตะกั่ว ถ้ามารดามีระดับสารตะกั่วในเลือดสูงเกินกว่า 30 ug/100 มล. ทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ การได้รับรังสีเอกซเรย์มากกว่า 20 rad ก็ทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้เช่นกัน และพบว่าการเกิดมะเร็งในเด็กสูงขึ้น ในทารกที่ได้รับรังสีเอกซเรย์ขณะอยู่ในครรภ์ การทำงานในบรรยากาศที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น โรงงานหลอมโลหะต่างๆ กล่าวคือ ถ้ามารดามีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน ก็มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดความผิดปกติในระบบประสาทส่วนกลางของทารก

การดื่มสุรา สูบบุหรี่ เสพย์ยาเสพติด การกินยานอนหลับเป็นประจำ จะมีผลต่อสุขภาพทารกในครรภ์ อาทิเช่น การดื่มสุราทำให้ทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ตามแต่ระดับของแอลกอฮอล์ในเลือดของมารดา การสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ พบว่าจะทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย และยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแท้ง ทารกคลอดก่อนกำหนด และทารกตายในครรภ์ด้วย ทั้งนี้ โคเคน ฝิ่น และกัญชา ก็มีผลต่อทารกในครรภ์ด้วยเช่นกัน
การให้การดูแลก่อนการตั้งครรภ์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสตรีในการที่จะตรวจหาความผิดปกติ ตลอดจนการเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์ไม่เกิดภาวะเสี่ยงสูง หรือปัญหาต่อสุขภาพทารกในครรภ์ การเตรียมความพร้อมก่อนการมีบุตรทั้งทางร่างกาย จิตใจ จะทำให้การตั้งครรภ์มีคุณภาพ ทำให้การมีบุตรไม่เป็นภาระต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม

ข้อมูลโดย โรงพยาบาลเวชธานี

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

©2009 Good Health | by TNB